<br />
<b>Warning</b>:  file_get_contents(): php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in <b>/home/369903.cloudwaysapps.com/nawfyrgfxq/public_html/wp-content/themes/soccer/functions.php</b> on line <b>522</b><br />
<br />
<b>Warning</b>:  file_get_contents(https://www.livesoccer888.com/images/teams/36x36/Muangthong-United.png): failed to open stream: php_network_getaddresses: getaddrinfo failed: Name or service not known in <b>/home/369903.cloudwaysapps.com/nawfyrgfxq/public_html/wp-content/themes/soccer/functions.php</b> on line <b>522</b><br />
data:image/jpg;base64,

นักเตะทีมเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

ผู้เล่นนักเตะทีมเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สโมสรในไทยลีก 2020

รายชื่อนักเตะทีมเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ฤดูกาล 2020

เบอร์เสื้อนักเตะตำแหน่งสัญชาติอายุ
ผู้รักษาประตู
- กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล ผู้รักษาประตู 27
29 สมพร ยศ สมพร ยศ ผู้รักษาประตู 26
- ไม่มีรูปนักเตะ กิตติพันธ์ แสนสุข ผู้รักษาประตู 25
1 ดัง วาน ลัม ดัง วาน ลัม ผู้รักษาประตู 26
กองหลัง
22 ไดสุเกะ ซาโตะ ไดสุเกะ ซาโตะ เซ็นเตอร์แบ็ค 25
30 วัฒนากรณ์ สวัสดิ์ละคร วัฒนากรณ์ สวัสดิ์ละคร เซ็นเตอร์แบ็ค 21
31 ชาติชาย แสงดาว ชาติชาย แสงดาว เซ็นเตอร์แบ็ค 23
46 มาร์โก้ บัลลินี่ มาร์โก้ บัลลินี่ เซ็นเตอร์แบ็ค 21
24 พัชรพล อินทนี พัชรพล อินทนี เซ็นเตอร์แบ็ค 21
32 ศฤงคาร พรหมสุภะ ศฤงคาร พรหมสุภะ เซ็นเตอร์แบ็ค 22
5 อดิศร พรหมรักษ์ อดิศร พรหมรักษ์ เซ็นเตอร์แบ็ค 26
- ไม่มีรูปนักเตะ บุญทวี เทพวงค์ แบ็คขวา 24
37 สุพร ปีนะกาตาโพธิ์ สุพร ปีนะกาตาโพธิ์ แบ็คขวา 24
กองกลาง
34 วัฒนา พลายนุ่ม วัฒนา พลายนุ่ม มิดฟิลด์ตัวรับ 30
- พิทักษ์ชัย ลิ้มรักษา พิทักษ์ชัย ลิ้มรักษา มิดฟิลด์ด้านซ้าย 22
6 สารัช อยู่เย็น สารัช อยู่เย็น มิดฟิลด์ตัวกลาง 27
- นนทวัฒน์ กลิ่นจำปาศรี นนทวัฒน์ กลิ่นจำปาศรี มิดฟิลด์ตัวกลาง 22
23 ชาริล ชัปปุยส์ ชาริล ชัปปุยส์ มิดฟิลด์ตัวกลาง 28
- วงศกร ชัยกุลเทวินทร์ วงศกร ชัยกุลเทวินทร์ มิดฟิลด์ตัวรุก 23
25 สหรัฐ กันยะโรจน์ สหรัฐ กันยะโรจน์ มิดฟิลด์ตัวรุก 25
18 วีระเทพ ป้อมพันธ์ วีระเทพ ป้อมพันธ์ มิดฟิลด์ตัวรุก 22
13 ซันดี้ วงษ์เดอรี ซันดี้ วงษ์เดอรี มิดฟิลด์ตัวรุก 21
กองหน้า
- สกุลชัย แสงโทโพธิ์ สกุลชัย แสงโทโพธิ์ มิดฟิลด์ตัวรุก 20
- สรวิทย์ พานทอง สรวิทย์ พานทอง มิดฟิลด์ตัวรุก 22
20 ปรเมศย์ อาจวิไล ปรเมศย์ อาจวิไล กองหน้าตัวต่ำ 21
19 ไม่มีรูปนักเตะ วิลเลี่ยน พอพพ์ กองหน้าตัวต่ำ 25
10 ธีรศิลป์ แดงดา ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าตัวเป้า 31
8 กรวิชญ์ ทะสา กรวิชญ์ ทะสา กองหน้าตัวเป้า 19
87 แดร์เลย์ แดร์เลย์ กองหน้าตัวเป้า 32
14 ฤทธิพร หวานชื่น ฤทธิพร หวานชื่น กองหน้าตัวเป้า 24

Muangthong United

ฉายาของสโมสร : กิเลนผยอง
สนามที่ใช้ในการแข่งขัน : เอชซีจีสเตเดียม 15,000 ที่นั่ง
ประธานสโมสร : วิลักษณ์ โหลทอง
ผู้จัดการทีม : อาเลชังดรี กามา
กัปตันทีม : สารัช อยุ่เย็น

เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ. 2532 ชื่อแรกที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย คือ “ทีมโรงเรียนหนองจอกพิทยานุสสรณ์” เริ่มแข่งขันจากถ้วยพระราชทานประเภท ง ซึ่งเป็นถ้วยที่เล็กสุด กระทั่งในการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกดิวิชัน 1 ฤดูกาล 2545–2546 ทีมโรงเรียนหนองจอกพิทยานุสรณ์ ก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “สโมสรฟุตบอลไข่มุกดำหนองจอก” โดยได้วีระ มุสิกพงศ์ อดีตนักการเมืองเข้ามาทำทีม แต่ทำทีมได้เพียงแค่ฤดูกาลเดียว เมื่อไม่ประสบความสำเร็จ วีระก็เลิกลาไปโดยที่ทีมยังคงอยู่ในลีกดิวิชัน 1 ต่อไป

ฤดูกาลต่อมาของไทยลีกดิวิชัน 1 2546 – 2547 ทีมเปลี่ยนชื่ออีกครั้งตามกลุ่มที่เข้ารับทำทีมต่อคือ สโมสรฟุตบอลหลักทรัพย์โกล์เบล็ค หนองจอก โดยมีสมศักดิ์ เซ็นเชาวนิช เป็นผู้จัดการทีม แต่ปีนั้นทีมทำผลงานได้ย่ำแย่ จนสุดท้ายก็ต้องตกชั้นไปเล่นในถ้วยพระราชทานประเภท ข ในฤดูกาล 2547-2548 โดยกลับไปใช้ชื่อเดิม ร.ร.หนองจอกพิทยานุสรณ์ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

ต่อมา สมาคมฟุตบอลฯ ต้องการยกระดับลีกการแข่งขันในประเทศไทยให้เป็นสากลมากขึ้น จึงก่อตั้ง ลีกภูมิภาค ดิวิชัน 2 ขึ้นมา โดยนำทีมจากถ้วยพระราชทาน ข และ ค มาผสมรวมกันเพื่อแข่งขันในลีกนี้ในฤดูกาล ซึ่ง ร.ร.หนองจอกพิทยานุสรณ์ได้สิทธิ์เข้าแข่งขันด้วย และปีนั้นกับลีกดิวิชัน 2 ของไทยครั้งแรกในชื่อทีม เมืองทองหนองจอก ยูไนเต็ด โดยผู้สนับสนุนทีมคือ ระวิ โหลทอง ที่รับตำแหน่งประธานสโมสร

เริ่มต้นที่ปี พ.ศ. 2550 ปีนั้นทีมใช้ผู้ฝึกสอนอย่าง นพพร เอกศาสตรา คุมทีมโดยมี โรเบิร์ต โปรคูเรอร์ ชาวเบลเยี่ยมเป็นผู้จัดการทีม ปีนั้นเมืองทองหนองจอก ยูไนเต็ดได้แชมป์ลีกดิวิชัน 2 ครั้งแรกพร้อมได้สิทธิ์ขึ้นไปเล่นลีกดิวิชัน 1 ในปี พ.ศ. 2551 ในปีต่อมา ผู้ฝึกสอนอย่าง สุรศักดิ์ ตังสุรัตน์ สามารถพาทีมคว้าแชมป์ไทยลีกดิวิชัน 1 2551 มาครอบครองได้สำเร็จ พร้อมขึ้นชั้นมาเล่นไทยพรีเมียร์ลีก 2552 (ไทยลีก ครั้งที่ 13)

ไทยพรีเมียร์ลีก 2552 อันเป็นครั้งแรกของทีมเมืองทองหนองจอก ยูไนเต็ด ที่ได้ขึ้นมาเล่นลีกสูงสุดของประเทศ นับจากก่อตั้งสโมสรมา 20 ปี และในปีนั้น เมืองทองหนองจอก ยูไนเต็ดได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมแรกที่สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลลีกของประเทศไทยไล่จากลีกดิวิชัน 2, ดิวิชัน 1 จนถึงลีกสูงสุดโดยใช้เวลาเพียง 3 ปี

จากนั้นก็ได้แชมป์ ถ้วยพระราชทานประเภท ก (ไทยแลนด์แชมเปียนส์คัพ ในปัจจุบัน) ที่สามารถชนะการท่าเรือไทย ได้ 2-0 ส่วนถ้วยอื่น ๆ อย่างเอเอฟซีคัพ และไทยคม เอฟเอคัพ ได้ตำแหน่งรองชนะเลิศ

ฤดูกาล 2554 สโมสรฟุตบอลเมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ดได้ลงป้องกันแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกติดต่อกันเป็นปีที่ 3 ครั้งนี้ทีมพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะได้เป็นแชมป์ 3 สมัยติดต่อกัน แต่ด้วยการไปเล่นเอเอฟซีคัพ ทำให้มีการเหนื่อยล้าของนักเตะรวมถึงการเปลี่ยนผู้ฝึกสอนใหม่จากเรอเน เดอซาแยร์ ชาวเบลเยี่ยมมาเป็น การ์ลูส โรเบร์ตู จี การ์วัลยูสโมสรฟุตบอลเมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด ที่ได้แชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก 2552 ในฤดูกาลก่อนได้ลงป้องกันแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก โดยตลอดทั้งฤดูกาลก็ทำผลงานได้ดีจนได้แชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก 2553 เป็นสมัยที่สองติดต่อกัน ซึ่งการได้ 2 สมัยนั้นทำให้มีสถิติเทียบเท่าบีอีซี เทโรศาสน, ธนาคารกรุงไทย และทหารอากาศ (หรือแอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล ในปัจจุบัน)  ส่วนก่อนฤดูกาลแข่งการ์ลูส โรเบร์ตู จี การ์วัลยู ชาวบราซิลและเฮ็นริเก คาลิสโต ชาวโปรตุเกสในช่วงเลก 2 ของฤดูกาลมีการเซ็นสัญญาซื้อร็อบบี ฟาวเลอร์ ตำนานกองหน้าของ ลิเวอร์พูล เข้าร่วมทีม ต่อมาในเดือนกันยายน คาลิสโต ที่พาทีมตกรอบเอเอฟซีคัพ ถูกทางสโมสรปลดออก และร็อบบี ฟาวเลอร์ ตำแหน่งเพลเยอร์-เมเนเจอร์ (เป็นทั้งผู้จัดการทีมและผู้เล่น) โดยทำการคุมทีมนัดแรกในนัดที่พบกับเอสซีจี สมุทรสงคราม หลังจากนั้นอีกไม่นาน เมื่อเมืองทอง ยูไนเต็ด ได้เพียงอันดับ 3 ในฤดูกาลนี้ ทำให้ฟาวเลอร์ ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง

ในฤดูกาล 2555 เอสซีจี ได้เซ็นสัญญาเพื่อมาเป็นผู้สนับสนุนของทีม โดยมีมูลค่าสัญญามากถึง 600 ล้านบาท และได้ทำการเปลี่ยนชื่อสนาม จาก ยามาฮ่า สเตเดียม มาเป็น เอสซีจี สเตเดียม และชื่อทีมจาก เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด มาเป็น เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ส่วนโลโก้ของสโมสรก็มีการเปลี่ยนให้ตัวกิเลนทั้ง 2 ตัว มีขาชิดกันมากขึ้นกว่าเดิม ช่วงก่อนเปิดฤดูกาลก็ได้มีการซื้อเอกภูมิ โพธารุ่งโรจน์, มงคล นามนวด, อัดนัน บาราคัท และมารีโอ ยูโรฟสกี มิดฟิลด์ทีมชาติมาซิโดเนียเข้ามาร่วมทีม รวมถึงการเซ็นสัญญาผู้ฝึกสอนคนใหม่ คือ สลาวีชา วอคานอวิช ชาวเซอร์เบียโดยผลงานจบเลกแรก ด้วยการเป็นอันดับที่ 1 ของตารางไทยพรีเมียร์ลีก 2555 หลังจากนั้นก่อนเปิดเลกที่ 2 ก็ได้มีการซื้อนักเตะเพิ่มเติม โดยมีเอดีบัลโด โรคัซ เอร์โมซา ปีกทีมชาติโบลิเวีย และเปาโล เรนเกิล นักเตะบราซิล ต่อมาในช่วงเดือนกันยายน ทีมได้ตกรอบโตโยต้า ลีกคัพ ด้วยการแพ้ทีโอที เอสซี และตกรอบไทยคม เอฟเอคัพด้วยการแพ้อาร์มี ยูไนเต็ด แต่ทีมยังรักษาอันดับ 1 ไว้ได้ตั้งแต่เลกแรก และจนถึงช่วงปลายเลกที่ 2 ทีมก็ยังรักษาฟอร์มที่ดีไว้ได้ จนเหลือ 3 นัดสุดท้าย เมื่อแต้มได้ทิ้งห่าง ชลบุรี เอฟซี ทีมอันดับที่ 2 มากพอที่จะได้เป็นแชมป์อย่างเป็นทางการตั้งแต่ยังไม่จบฤดูกาล โดยมีการฉลองแชมป์ที่เอสซีจี สเตเดียม ในนัดที่พบกับชัยนาท ฮอร์นบิล โดยหลังจบเกม ทางสโมสรให้แฟนบอลได้ฉลองกันอย่างเต็มที่ และให้ลงมาสัมผัสสนามหญ้าของเอสซีจี สเตเดียม รวมไปถึงให้พบกับนักฟุตบอลของทีมอย่างใกล้ชิดและเป็นกันเอง และในปีนี้เองที่ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้ทำสถิติไร้พ่ายเป็นครั้งแรกของสโมสรในประเทศไทย พร้อมกับได้สิทธิ์ไปเล่นเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีกในรอบแบ่งกลุ่มในฤดูกาลหน้า

เกียรติประวัติ ไทยลีก ชนะ 4 สมัย ไทยลีก2 ชนะ 1 สมัย ไทยลีก4 ชนะ 1สมัย ฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ก ชนะ 1 สมัย ไทยแลนด์แชมเปียนส์คัพ ชนะ 1 สมัย ไทยลีกคัพ ชนะ 2 สมัย แม่โขงคลับแชมส์เปี้ยนชิพ ชนะ 1 สมัย